ชมวีดีโอแนะนำการเลี้ยงไส้เดือนดิน     
 ชมวีดีโอแนะนำการเลี้ยงไส้เดือนดิน (ตอนจบ)
การเลี้ยงไส้เดือนดินเพื่อกำจัดมูลฝอยอินทรีย์
     การนำไส้เดือนดินมาเลี้ยงเพื่อกำจัดมูลฝอยอินทรีย์ ณ แหล่งกำเนิด เป็นทางเลือกหนึ่งที่นายกเทศมนตรีเมืองรังสิต ได้นำมาใช้ในการจัดการมูลฝอยอินทรีย์จากชุมชน เช่น เศษอาหาร เศษผลไม้ เศษผัก เศษพืชสด เนื่องจากมูลฝอยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เทศบาลเมืองรังสิตประมาณ 120 ตัน/วันโดยมีองค์ประกอบของมูลฝอยอินทรีย์ประมาณ 55-60% หรือประมาณ 66-72 ตัน/วันและมูลฝอยดังกล่าวหากมีตกค้างในชุมชน จะทำให้เน่าเหม็นและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงและสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค อาทิ เช่น หนู แมลงวัน เมื่อมีการกำจัด ณ แหล่งกำเนิดจะช่วยลดปัญหาการเน่าเหม็นและเป็นการป้องกันโรคที่เกิดจากสัตว์และแมลงที่เป็นพาหะนำโรครวมทั้งเป็นการลดค่าใช้จ่ายของทางเทศบาลในการเก็บขนและนำไปกำจัด

ไส้เดือนดินพันธุ์ขี้ตาแร่
     เป็นไส้เดือนดินพันธุ์ที่ทางเทศบาลเมืองรังสิตนำมาเลี้ยงเพื่อกำจัดมูลฝอยอินทรีย์ ลักษณะของไส้เดือนดินพันธุ์นี้ คือ มีสีแดง กินอาหารเก่ง เคลื่อนที่ค่อนข้างรวดเร็ว ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนได้มากในระยะเวลาสั้น
 
เทคนิคการเลี้ยงไส้เดือนดิน
     วัสดุ-อุปกรณ์ ในการเลี้ยง
1. ภาชนะที่ใช้ในการเพาะเลี้ยง
- อ่างพลาสติก ถังน้ำพลาสติก
ลิ้นชักพลาสติก บ่อซิเมนต์
โรงเรือนไม้ไผ่
2. วัสดุที่นำมาผสมใช้เป็นรองพื้นสำหรับเลี้ยง
- ดินร่วน ปุ๋ยคอกและขุยมะพร้าว
ผสมอัตราส่วน 4:1:2
- ใส่รองพื้นสูง 15-20 เซนติเมตร


3. อาหารเลี้ยงไส้เดือนดิน
- เศษอาหาร เศษผัก เศษผลไม้
เปลือกไข่บด เศษพืชสด
     ศัตรูของไส้เดือนดิน
     ศัตรูของไส้เดือนดิน เช่น ไรแดง มด หนู นก กบ กิ้งกือ ตะเข็บ หอย งู ตัวอ่อนแมลงปีกแข็ง จิ้งจก ตุ๊กแก แมงกระชอน จิ้งหรีด ในการเลี้ยงจำเป็นต้องมีตาข่ายป้องกันแมลงและสัตว์ เข้าไปรบกวนไส้เดือนดิน
สภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อไส้เดือน
     1. อุณหภูมิ อุณหภูมิเหมาะสมอยู่ระหว่าง 12-25 องศาเซลเซียล ถ้าอุณหูมิต่ำหรือสูงกว่านี้ไส้เดือนจะ ไม่ขยายพันธุ์และไม่ขยายจำนวน
     2. แสง ไส้เดือนดินไม่ชอบแสงแดด จำเป็นต้องมีภาชนะปิดป้องกันแสง
     3. ความชื้น ไส้เดือนดินต้องการความชื้นอย่างเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโต ไม่ควรให้แฉะหรือน้ำขัง
     4. การถ่ายเทอากาศ ไส้เดือนดินสามารถคงชีวิตอยู่ได้ในสภาพที่มีออกซิเจนต่ำ คาร์บอนไดออกไซด์สูง
     5. ความเป็น กรด-ด่าง ไส้เดือนดินสามารถเจริญได้ดีในดินที่มีความเป็นกรด-ด่าง อยู่ที่ 7 หรือดินมีสภาพ เป็นกลาง
     การคัดแยกไส้เดือนดินจากปุ๋ยหมัก
     1. การคัดแยกไส้เดือนดินออกจากปุ๋ยหมัก ทำได้โดยการใช้ตระแกรงร่อน
     2. เทปุ๋ยหมักบนพื้นที่ที่มีแสงแดด ไส้เดือนดินจะหนีลงไปด้านล่างของส่วนด้านบนจะเหลือปุ๋ยหมักแล้วแยกไส้เดือนดินออกจากปุ๋ยหมัก
     3. ใช้วิธีเขี่ยแยกปุ๋ยหมักกับไส้เดือน โดยแยกไปเรื่อยๆเริ่มจากด้านนอกก่อน ไส้เดือนดินจะหนีเข้าข้างในกองปุ๋ยทำไปเรื่อยจนเหลือแต่กองปุ๋ย
ผลผลิตจากการเลี้ยงไส้เดือนดิน
ผลผลิตที่ได้จากการเลี้ยงไส้เดือนดิน
     1. ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน เป็นผลผลิตที่ได้จากการเลี้ยงไส้เดือนดิน เกิดจากกระบวนการที่ไส้เดือนดินกินอาหารแล้วย่อยสลายภายในลำไส้แล้วขับถ่ายเป็นมูลและเมือก ซึ่งสิ่งขับถ่ายเหล่านั้นจะมีส่วนประกอบของธาตุอาหารพืชและจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ที่มีความเหมาะสมในการนำมาใช้บำรุงพืชและดิน
     2. น้ำหมักมูลไส้เดือนดินเป็นผลผลิตที่ได้จากการเลี้ยงไส้เดือนดิน โดยน้ำหมักที่ได้จะมีสีน้ำตาล ไม่มีกลิ่น เมื่อได้น้ำหมักมูลไส้เดือนดินแล้ว จะนำไปไว้ในบ่อ โดยจะเติมน้ำตาลทรายแดงและกากน้ำตาลโดยจะแยกบ่อ เพื่อเป็นอาหารของจุลินทรีย์และเติมอากาศ เพื่อเร่งปฏิกิริยาในบ่อหมักน้ำหมัก และน้ำหมักที่ได้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
ประโยชน์ของปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินและน้ำหมักมูลไส้เดือนดิน
ประโยชน์ของปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน

     1. ใช้ผสมดินสำหรับเพาะต้นกล้าและปลูกต้นไม้
     2. ใช้บำรุงดิน และเพิ่มธาตุอาหารในดินซึ่ง พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
     3. เร่งการเจริญเติบโตของพืช
     4. ใช้ผสมดินเหนียวเพื่อช่วยเพิ่มอากาศให้ดิน ทำให้ดินร่วนซุย และ ช่วยในการถ่ายเทน้ำ
     5. ใช้ผสมดินที่เป็นทรายจะช่วยเพิ่มเนื้อดิน ช่วยให้ดินเก็บรักษาความชื้น ลดการชะล้าง ธาตุอาหารของน้ำในดิน
ติดต่อสอบถามได้ที่ ฝ่ายรักษาความสะอาด กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองรังสิต โทร. 02 -567 4756 02-567 6000 ต่อ 816
 
 
Copyright © 2004 www.rangsit.org, All Rights Reserved.
Contact Us : webmaster@rangsit.org