งานทะเบียนราษฎร

                    เจ้าบ้าน  

                                  คือ  ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครองบ้านในฐานะเป็นเจ้าของ(เจ้าของกรรมสิทธิ์) ผู้เช่า หรือในฐานะ อื่นใดก็ตาม                                           บุคคลที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้าน พิจารณาตามลำดับดังนี้

                                         1. ทะเบียนบ้านระบุผู้ทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้าน
                                         2. หากบุคคลตาม (1) ไม่สามารถปฏิบัติกิจการได้ ให้บุคคลอื่นที่มีชื่อในทะเบียนบ้านทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้าน
                                             แทนโดยให้บันทึกถ้อยคำไว้เป็นหลักฐาน
                                         3. ผู้เยาว์หรือบุคคลไร้ความสามารถที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน สามารถทำหน้าที่ดังกล่าวได้ก็ให้ทำหน้าที่ได้                                              โดยให้บันทึกถ้อยคำไว้เป็นหลักฐาน
                                        4. บ้านว่าง ให้ตรวจสอบหรือสอบถามให้ได้ข้อเท็จจริงว่าเป็นผู้มีหน้าที่ครอบครองดูแลบ้านในขณะนั้น
                                            พร้อมเอกสารหลักฐานสัญญาซื้อขาย

                กรณีผู้มีชื่อในทะเบียนบ้านประสงค์ทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้าน ให้ดำเนินการดังนี้

                             1.  บันทึกสาเหตุความจำเป็นไว้เป็นหลักฐาน
                             2. เรียกสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านของผู้แจ้ง
                                      3. บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้งที่จะทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้าน
                                      4. พยานบุคคล พร้อมสำนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน

               กรณีไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน

                            1. เรียกบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวของเจ้าบ้านในฐานะผู้มอบหมาย                                          พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
                                     2. เรียกบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบหมาย
                                     3. หนังสือมอบหมายจากเจ้าบ้าน (ถ้ามี)

                             ให้บันทึกเลขที่หรือหมายเลขบัตรประจำตัวผู้มอบและผู้รับมอบให้ปรากฏในหลักฐานการแจ้ง

            **
หมายเหตุ    หากการดำเนินการข้อ 2-3 ปรากฏภายหลังว่าผู้ที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านได้เจตนาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ                                        ให้แจ้งความดำเนินคดีอาญากับผู้แจ้งต่อไป

                  บ้าน

                    -  บ้าน 1 หลัง ให้กำหนดบ้านเลขที่เพียงเลขหมายเดียว

                    -  บ้านที่ปลูกสร้างขึ้นใหม่ระหว่างบ้านหลังใดก็ให้ใช้บ้านเลขที่ที่อยู่ใกล้ชิดนั้นแล้วเพิ่มตัวเลขไว้ท้าย เช่น 5/2

                    -  บ้านที่ปลูกสร้างในที่สาธารณะหรือโดยบุกรุกป่าสงวนหรือโดยมิได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้าง                         อาคาร หรือตามกฎหมายอื่นให้ถือเป็นบ้านที่จะต้องกำหนดบ้านเลขที่ให้ตามระเบียบนี้ระบุคำว่า“ทะเบียนบ้านชั่วคราว”                         เมื่อได้รับการแก้ไขถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ให้ขีดฆ่าคำว่า “ทะเบียนบ้านชั่วคราว” ออกไป

                   -  กรณีมีการดัดแปลงบ้านหรือเกิดสภาพเป็นบ้านใหม่โดยแยกออกจากบ้านเดิมให้ขอบ้านเลขที่ใหม่ต่อนายทะเบียน                        ภายใน 15 วัน


                  -  ถ้ามีการบ้านรื้อถอนให้เจ้าบ้านดำเนินการแจ้งย้ายบุคคลในบ้านออก และจำหน่ายบ้านโดยเร็ว

                 บ้านปลูกสร้างใหม หรือ ปลูกสร้างนานแล้วแต่ยังไม่มีบ้านเลขที่ ให้ติดต่อสำนักการช่างเพื่อขอใบอนุญาต ก่อสร้าง               หรือตรวจสอบสภาพบ้านแล้วแต่กรณี แล้วนำเอกสารหลักฐานมาขอเลขที่บ้านที่งานทะเบียนราษฎร  หากผู้ขออนุญาตก่อสร้าง               บ้าน/อาคารไม่สามารถดำเนินการเองได้ให้ผู้ขออนุญาตทำหนังสือมอบหมายให้ผู้อื่นมาทำการแทนได้ พร้อมเอกสารหลักฐาน               ดังนี้
                        1. ใบอนุญาตก่อสร้าง 2 ชุด
                        2. โฉนดที่ดิน 2 ชุด
                        3. หนังสือยินยอมก่อสร้างบ้านในที่ดิน (ถ้ามี)
                        4. สำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรประจำตัวประชาชน ผู้ขออนุญาตก่อสร้าง และเจ้าของโฉนดที่ดิน (ถ้ามี)
                        5. แผนที่บอกสถานที่ตั้งบ้าน 2 ชุด
                        6. รูปถ่ายบ้าน และรูปการติดตั้งบ่อดักไขมัน
                        7. หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)

                การขอตรวจ คัด และรับรองข้อมูลทะเบียนประวัติและข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน

                    ให้เจ้าของประวัติ หรือ บิดามารดากรณีเป็นผู้เยาว์ ผู้รับมอบหมายจากเจ้าของประวัติมาดำเนินการ หรือผู้มี ส่วนได้หรือผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง

                     ผู้มีส่วนได้เสีย  หมายถึง   บุคคลใด ๆ  ก็ตามที่มีประโยชน์ได้เสียกับทะเบียนบ้านนั้น  ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม   ดังนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่บุคคลนั้นจะอ้างว่าตนมีประโยชน์ได้เสียอย่างไรหากทนายความสามารถแสดงหากทนายความหาก ทนายความสามารถแสดงให้เห็นว่าตนเป็นผู้มีประโยชน์ได้เสียในทะเบียนที่ขอนั้นอย่างไร

              ทนายความ ขอคัดและรับรองสำเนาทะเบียนบ้าน ต้องมีหลักฐานดังนี้

                     1.  ใบแต่งทนาย หรือ หนังสือมอบอำนาจจากคู่ความ
                     2.  ใบอนุญาตเป็นทนายความ หรือบัตรประจำตัวประชาชน
                     3.  บันทึก ป.ค.14

          การแจ้งเกิด
               แจ้งเกิดภายในกำหนด คือการแจ้งเกิด ภายใน 15 วันนับแต่วันเกิด ให้เจ้าบ้าน หรือบิดา หรือมารดาแจ้งต่อนายทะเบียน ในเขตท้องที่ที่เด็กเกิด พร้อมเอกสารหลักฐานดังนี้

                    1.  หนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล ทร.1/1
                    2.  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บิดา มารดา และผู้แจ้ง
                    3.  สำเนาทะเบียนบ้าน บิดา มารดา และผู้แจ้ง

              แจ้งเกิดเกินกำหนด

                     
คือ แจ้งเกิดหลัง 15 วันนับแต่วันเกิด ให้บิดามารดา และพยานบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปที่รู้เห็นารเกิดมาให้ถ้อยคำกับ  นายทะเบียน พร้อมเอกสารหลักฐานดังนี้

                  1.  หนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล ท.ร.1/1
                  2.  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บิดา มารดา และพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือ
                  3.  สำเนาทะเบียนบ้าน บิดา มารดา และพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือ
                  4.  รูปถ่าย 2 นิ้ว จำนวน 3 รูป
                  5.  ชำระค่าปรับตามกฎหมาย***

             **หมายเหตุ จำนวนพยานอยู่ในดุลยพินิจของนายทะเบียน

              การแจ้งเกิดเด็กแรกเกิดหรือเด็กไร้เดียงสาซึ่งถูกทอดทิ้ง

                      ให้นำตัวเด็กไปส่งและแจ้งให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง(ปลัดอำเภอ) หรือ ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งปฏิบัติงานในท้องที่ที่พบเด็กนั้นโดยเร็วพร้อมบันทึกรับตัวเด็กไว้ แล้วดำเนินการแจ้งเกิดต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งพร้อมเอกสารหลักฐานดังนี้

                1.  หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเด็ก
                2.  พยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง
                3.  สำเนาทะเบียนบ้านผู้แจ้ง และพยานบุคคล
                4.  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้งและพยานบุคคล
                5.  รูปถ่าย 3 รูป 2 นิ้ว

               การแจ้งตาย

                     การแจ้งตาย ให้เจ้าบ้านหรือบุคคลที่ไปกับผู้ตายหรือผู้พบศพแจ้งตำรวจ ภายใน 24 ชั่วโมง และนำหลักฐานแจ้งต่อนาย ทะเบียนแห่งท้องที่ที่คนตาย พร้อมเอกสารหลักฐาน ดังนี้

               1.  บันทึกประจำตัวจากตำรวจระบุสาเหตุการตาย หรือ
               2.  หนังสือรับรองการตายจากโรงพยาบาล ท.ร.4/1 ตอนที่ 1
               3.  บัตรประจำตัวประชาชน ผู้ตาย และผู้แจ้ง
               4.  สำเนาทะเบียนบ้านผู้ตาย และผู้แจ้ง

                     หากจะเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดการศพผิดไปจากที่แจ้งไว้เดิมในมรณบัตร ถ้าศพนั้นอยู่ในท้องที่ใดให้แจ้งต่อนายทะเบียนท้องที่นั้น

                     กรณีผู้ตายไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านหรือไม่ทราบภูมิลำเนาในทะเบียนบ้านให้ออกมรณบัตร

                     กรณีไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใครให้ออกใบรับแจ้งการตายให้ผู้แจ้งโดยรอการออกมรณบัตรไว้จนกว่าจะทราบว่าผู้ตายเป็นใครจึงออกมรณบัตรต่อไป

                     เมื่อได้รับใบมรณบัตร ตอนที่ 1 ให้เจ้าบ้านหรือบุคคลในบ้านนำหลักฐานดังกล่าวไปจำหน่ายรายการคนตายในทะเบียนบ้าน ณ สำนักทะเบียนที่ผู้ตายมีชื่อในทะเบียนบ้าน

              การย้ายที่อย
ู่

             ย้ายในเขต เป็นการย้ายเข้า - ออกของผู้ที่มีชื่ออยู่ทะเบียนบ้านในเขตสำนักทะเบียนเดียวกัน ให้เจ้าบ้านหลังที่ย้ายออก และหลังที่ย้ายเข้าเป็นผู้แจ้ง กรณีเจ้าบ้านหลังใดหลังหนึ่งไม่สามารถมาดำเนินการได้ ให้ทำหนังสือมอบหมายให้เจ้าบ้านอีกหลังมาดำเนินการ พร้อมเอกสารหลักฐานดังนี้

              1.  สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (ฉบับจริง) ของทั้งหลังที่ย้ายเข้าและย้ายออก
              2.  บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าบ้านหลังย้ายเข้าและย้ายออก พร้อมถ่ายและรับรองสำเนา
              3.  กรณีเจ้าบ้านหลังใดหลังหนึ่งไม่สามารถมาดำเนินการได้ ให้มีหนังสือมอบหมาย พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบ
              4.  หนังสือรับรองการพักอาศัยอยู่จริงจากเจ้าบ้านหลังที่ย้ายเข้า**
              

                   กรณีบุคคลที่มีชื่อในทะเบียนบ้านออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่นเกิน 180 วัน และไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ใด ให้เจ้าบ้านแจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้านกลาง

                  ย้ายออกนอกเขต เป็นการย้ายไปยังสำนักทะเบียนอื่น ให้เจ้าบ้านหรือผู้ย้ายที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน มาดำเนินการแจ้งย้ายพร้อมเอกสารหลักฐาน ดังนี้

             1.  สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (ฉบับจริง)
             2.  บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าบ้าน และผู้ได้รับมอบหมาย(ถ้ามี) พร้อมถ่ายและรับรองสำเนา
             3.  หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)*

                  เจ้าหน้าที่จะมอบใบแจ้งย้ายที่อยู่ (ท.ร.6 ตอนที่ 1และตอนที่ 2) ให้นำไปแจ้งย้ายเข้า ณ สำนักทะเบียนที่แจ้งไว้ ทั้งนี้หากจะเปลี่ยนแปลงที่อยู่ที่ได้แจ้งไว้จากเดิม สามารถดำเนินการได้ที่สำนักทะเบียนที่จะย้ายเข้า ซึ่งนายทะเบียนจะเป็นผู้ ดำเนินการแก้ไขรายการที่เปลี่ยนแปลงเอง

                 ย้ายเข้า  เป็นการนำใบแจ้งย้ายที่อยู่ (ท.ร.6 ตอนที่ 1 และตอนที่ 2) ที่ได้รับจากการแจ้งย้ายออก มาแจ้งย้ายเข้าโดยให้เจ้าบ้านหลังที่จะแจ้งย้ายเข้าเป็นผู้แจ้งย้ายเข้า หรือเจ้าบ้านมอบหมายให้ผู้ย้ายเข้ามาดำเนินการแจ้งย้ายเข้าก็ได้  พร้อมเอกสารหลักฐานดังนี้

            1.  ใบแจ้งย้ายที่อยู่ (ท.ร.6 ตอนที่1และตอนที่ 2) เจ้าบ้านลงชื่อในใบย้ายช่อง “เจ้าบ้านยินยอมให้เข้าบ้าน”
            2.  สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านหลังที่ย้ายเข้า (ฉบับจริง)
            3.  บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าบ้าน และผู้ได้รับมอบหมาย ถ่ายเอกสารพร้อมรับรองสำเนา
            4.  หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)*
            5.  หนังสือรับรองการพักอาศัยอยู่จริงจากเจ้าบ้านหลังที่ย้ายเข้า**

                ย้ายปลายทาง ผู้ย้ายแจ้งย้ายที่อยู่ต่อนายทะเบียนสำนักทะเบียนปลายทางที่จะย้ายเข้า ให้ผู้ย้ายและเจ้าบ้านหลังที่จะย้ายเข้ามาดำเนินการ หรือเจ้าบ้านทำหนังสือมอบหมายให้ผู้ย้ายมาดำเนินการได้ พร้อมเอกสารหลักฐาน ดังนี้

            1.  สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (ฉบับจริง)
            2.  สำเนาทะเบียนบ้านที่ย้ายออก ถ่ายเอกสารพร้อมรับรองสำเนา
            3.  บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าบ้าน และผู้ย้าย ถ่ายเอกสารพร้อมรับรองสำเนา
            4.  หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)*
            5.  หนังสือรับรองการพักอาศัยอยู่จริงจากเจ้าบ้านหลังที่ย้ายเข้า**

            กรณีผู้ย้ายอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ให้บิดาหรือมารดาทำการแทน หรือผู้ย้ายที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป (มีบัตรประจำตัวประชาชน) สามารถดำเนินการแจ้งย้ายตนเองได้ถ้าบิดาและมารดาอยู่ในทะเบียนบ้านหลังที่จะย้ายเข้า (เจ้าบ้านต้องมาดำเนินการเอง)

            ข้อควรรู้ !!!   ผู้ที่ย้ายเข้าต้องเป็นผู้ที่มาอาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นจริง มิใช่ย้ายแต่ชื่อและรายการบุคคลเท่านั้น

            ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการแจ้งย้ายที่อยู่โดยมิชอบมีความผิดตามกฎหมาย เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบให้ดำเนิน
             การแจ้งเจ้าบ้านย้ายออก และถ้าบ้านหลังใดมีรายการคนอยู่มากให้นายทะเบียนไม่รับแจ้งย้าย
เข้า ( 1 คนต่อ 3 ตารางเมตร )หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 500 บาทตลอดเวลาที่ฝ่าฝืน

             การแก้ไขรายการในทะเบียนบ้าน

                ผู้ยื่นคำร้อง คือ เจ้าของรายการ หรือบิดามารดากรณีเด็กอายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์

            การแก้ไขรายการในทะเบียนบ้านให้แสดงเอกสารหลักฐานต่อนายทะเบียน ณ สำนักทะเบียนที่ตนมีชื่อในทะเบียนบ้าน หากไม่มีเอกสารหลักฐานสำนักทะเบียนท้องถิ่นจะสอบสวนพยานบุคคล และรวบรวมหลักฐานเสนอนายอำเภอพิจารณา

               กรณีการแก้ไขรายการในทะเบียนบ้าน สูติบัตร ให้เจ้าของรายการ หรือบิดามารดากรณีเด็กอายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์
 แสดงเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ขอแก้ไขรายการให้ถูกต้อง  ณ  สำนักทะเบียนที่เจ้าของรายการมีชื่ออยู่ ถ้าบิดา  มารดา  เปลี่ยนชื่อกรุณาแจ้งแก้ไขรายการของบุตรด้วยทุกครั้ง

               การเปลี่ยนชื่อ หรือชื่อสกุลบุคคลที่มีชื่อในเขตเทศบาลเมืองรังสิต ให้ติดต่อขอเปลี่ยนชื่อที่ว่าการอำเภอธัญบุรีจึงนำ เอกสารหลักฐานมาขอแก้ไขรายการในทะเบียนบ้าน และทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ ณ ที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลนครรังสิต โดยให้บุคคลที่เป็นผู้ยื่นคำร้องข้างต้นมาดำเนินการ

               
 เอกสารหลักฐานประกอบการขอแก้ไขรายการและ เปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล ดังนี้

                 1.  สำเนาทะเบียนบ้าน(ฉบับจริง)ของผู้ที่จะแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงรายการ
                 2.  บัตรประจำตัวประชาชนพร้อมรับรองสำเนาผู้แจ้ง
                 3.  สำเนาทะเบียนบ้าน(ถ่ายเอกสารรับรองสำเนา) ของผู้แจ้ง
                 4.  เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

            การแจ้งเกิดบุตรที่มีบิดาหรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย
            บิดา หรือ มารดาผู้มีสัญชาติไทยเป็นผู้แจ้ง
                   ข้อ 1 ใช้เอกสารหลักฐาน ดังนี้

                
1. หนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล ทร.1/1
                2. สำเนาทะเบียนบ้าน
                3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
                4. หรือบัตรประจำตัวที่ออกให้ตามกฎหมายอื่นของบิดาหรือมารดาของเด็กที่แจ้งเกิดและเป็นผู้มีสัญชาติไทย

            ** เขียนข้อความไว้ในสำเนาบัตรฯ (เอกสารหลักฐาน) ดังนี้

               “ใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งการเกิดของเด็กชาย/เด็กหญิง..........................................................................
                 ซึ่งเป็นบุตรของข้าพเจ้ากับนาง/นาย...........................................................................(สัญชาติ......................)”


                                                                                 ลงชื่อ.....................................................................
                                                                         วัน/เดือน/ปี.....................................................................


                    ข้อ 2 กรณีไม่มีเอกสารหลักฐาน ตามข้อ 1

                       ให้นายทะเบียนบันทึกสาเหตุหรือความจำเป็นไว้และสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายการบุคคลรวมถึงสัญชาติ
             บิดาและมารดาของเด็กที่แจ้งเกิด โดยในตอนท้ายของบันทึกการสอบสวนให้ระบุ ข้อความไว้ด้วยว่า“ข้าพเจ้าขอรับรองว่า เด็กชาย/เด็กหญิง.................................ที่แจ้งการเกิดต่อนายทะเบียนเป็นบุตรของข้าฯ กับนาง/นาย....................................จริง แล้วให้บุคคลดังกล่าวลงชื่อในฐานะผู้ให้ถ้อยคำ

                       ทั้งนี้ หากบิดาหรือมารดาของเด็กดังกล่าวไม่อาจมาให้ถ้อยคำต่อนายทะเบียนได้ ให้สอบสวนเจ้าบ้านแทน